ไอศกรีม Chocolate Sundae ขนมหวานสุดโปรดของใครหลายคน

วันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1892 เป็นวันเกิดของไอศกรีม Sundae นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา Chocolate Sunday ก็กลายมาเป็นของหวานที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลกต่างตกหลุมรัก

คุณรู้หรือไม่ว่า ต้นกำเนิดของไอศกรีมหวานแสนอร่อย มีน้ำราดลงบนก้อนไอศกรีม ประดับความสวยงามด้วยลูกเชอร์รี่แช่อิ่ม กำเนิดขึ้นมาจากความคิดของบาทหลวงท่านหนึ่ง

หากย้อนไปในตอนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นประเทศพึ่งเกิดใหม่มีอายุเพียง 200 ปีเศษๆ เพราะฉะนั้นการสร้างตำนานอันเป็นต้นกำเนิดของประวัติศาสตร์ต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างหมายปองอยากเป็นผู้สร้างตำนาน เช่นเดียวกับต้นกำเนิดของไอศกรีม Sundae โดยมีหลายรัฐในสหรัฐอเมริกา ที่จะพยายามอ้างตัวว่าตนเองเป็นแหล่งกำเนิดของไอศกรีมชนิดนี้ แต่สุดท้ายแล้ว มหานครอย่างนิวยอร์ก ก็กล่าวว่าไอศกรีม Sundae ถือกำเนิดขึ้นในนิวยอร์ก นั่นเอง

โดยรัฐนิวยอร์กระบุว่าหลวงพ่อจอห์น M scotch  และนาย Chester  Patt เป็นผู้ร่วมคิดค้นไอศกรีม Sundae  ซึ่งบุคคลทั้ง 2 นี้อาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าผลงานชิ้นเอกงานนี้ จะกลายมาเป็นของหวานยอดนิยมแบบยาวนานข้ามศตวรรษ  เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจาก Chester  Patt ได้ตักไอศกรีมลงในถ้วยแชมเปญ ก่อนราด Syrup cherry แล้วตบท้ายด้วยการประดับเชอร์รี่แช่อิ่ม พร้อมนำมาเสิร์ฟให้แก่ลูกค้า ซึ่งผลงานชิ้นนี้ได้สร้างความพอใจให้แก่ลูกค้าเป็นอย่างมาก

ส่วนที่มาของชื่อ ไอศกรีม Sundae มาจากวันที่นาย Chester  Patt ให้กำเนิดไอศกรีมชนิดนี้ขึ้นมาก็คือวันอาทิตย์นั่นเอง

แม้คำว่า Sundae จะสามารถแปลตรงตัวและมีความหมายว่าวันอาทิตย์ แต่จากการที่คำว่า Sunday ทีการสะกดที่คล้ายคลึงตรงกับวัน Sabbath ซึ่งมันคือวันสวดวิงวอนต่อพระเจ้า จึงจัดว่าเป็นวันสำคัญทางศาสนาคริสต์

เพราะฉะนั้นจึงมีการขอให้เปลี่ยนจาก y เป็น e แทนแต่ยังสามารถออกเสียงได้เหมือนเดิม ทั้งหมดนี้เป็นการเลี่ยงคำเพื่อรักษาสภาพจิตใจของชาวคริสเตียนไว้นั่นเอง หลังจากนั้นจึงมีการออกโฆษณา ไอศกรีม Sundae รสเชอร์รี่ ลงบนสื่อหนังสือพิมพ์เป็นครั้งแรก ในวันที่ 5 เมษายน หลังจากนั้นไม่นานก็มีอีกหลากหลายรสชาติผลิตออกมาให้ชิมกัน เช่น Strawberry Sundae และ Chocolate Sundae เป็นต้น แต่ Chocolate Sundae จะเป็นรสยอดนิยมตลอดกาลและขายดีมากที่สุด

ร้านอาหาร Serendipity ในนิวยอร์กก็ยังได้สร้างสรรค์ผลงานไอศกรีม Sundae ซึ่งมีราคาแพงจำนวน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 3 หมื่นบาท โดยประกอบด้วยไอศกรีมวานิลลาซึ่งนำวานิลลาจากเกาะลึกลับมาดากัสการ์ เสริมเติมแต่งด้วยแผ่นทองคำเปลวให้ความรู้สึกแบบไฮคลาส ราดด้วยไข่ปลาคาเวียร์ รวมทั้งประดับบรรดาผลไม้ชั้นเลิศจากฝรั่งเศส ใส่มาในถ้วยคริสตัลสุดหรู